แดชบอร์ดนี้ใช้ทำอะไร
แดชบอร์ด Trends คือมุมมองย้อนหลังของร้านคุณ ตอบคำถามเดียวกันในทุกช่วงเวลา: "ผลการดำเนินงานของสาขานี้เปลี่ยนแปลงอย่างไรในแต่ละสัปดาห์ เดือน ปี วัน หรือตามวันในสัปดาห์?"
เปิดแดชบอร์ดนี้เมื่อคุณอยากเห็นทิศทางและจังหวะของยอดขาย ไม่ใช่สถานะสดของวันนี้ หากต้องการดูความเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ ให้ใช้แดชบอร์ด Today ส่วน Trends มีไว้สำหรับมองภาพระยะยาว
แนวคิดหลัก: timeframe (ช่วงเวลาของวัน)
ทุกกราฟบน Trends แบ่งตาม timeframe — ช่วงเวลาของวันที่คุณตั้งค่าไว้ให้สาขา (เช่น Breakfast 6–11am, Lunch 11am–4pm, Dinner 4pm เป็นต้นไป) แต่ละออเดอร์จะถูกจัดเข้า timeframe เดียว ตามเวลาที่เปิดออเดอร์ (เวลาประเทศไทย) และ timeframe ที่คุณกำหนดไว้ในสาขานั้น
หากคุณยังไม่ได้ตั้งค่า timeframe ให้สาขา ทุกออเดอร์จะถูกจัดรวมไว้ใต้ Total หากสาขามีการตั้งค่า timeframe ไว้ ระบบจะแสดง 9 อันดับแรกตามรายได้ ส่วนที่เหลือจะรวมอยู่ใน Other นอกจากนี้กราฟส่วนใหญ่ยังมีเส้นแนวนอน Overall avg ไว้เป็นเส้นอ้างอิง — ค่านี้คือค่าเฉลี่ยของยอดรวมรายสัปดาห์ทั้งสาขาตลอดช่วงเวลาที่เลือก โดยไม่แยก timeframe
ด้านบนสุดของทุกแท็บมีตาราง timeframe picker (คลิกแถวเพื่อกรองทั้งแท็บให้แสดงเฉพาะ timeframe นั้น คลิกอีกครั้งเพื่อยกเลิก) ตารางนี้ใช้ตรรกะการจัดกลุ่มออเดอร์แบบเดียวกับกราฟทั้งหมด
แท็บทั้งห้า
Weekly — กราฟแท่งและกราฟเส้นจัดกลุ่มตามสัปดาห์ (จันทร์ถึงอาทิตย์ เวลาประเทศไทย)
Monthly — จัดกลุ่มตามเดือนปฏิทิน
Yearly — จัดกลุ่มตามปีปฏิทิน
Daily — หนึ่งแท่งต่อหนึ่งวันทำการ เหมาะสำหรับหาวันที่ผิดปกติเป็นรายวัน
Weekday — ยุบรวมเป็น 7 กลุ่ม จันทร์ถึงอาทิตย์ แสดงจังหวะปกติของสัปดาห์คุณ
แท็บแบบ "ช่วงเวลา" ทั้งสี่ (Weekly, Monthly, Yearly, Daily) มีกราฟ 7 ตัวเหมือนกันในลำดับเดียวกัน ส่วนแท็บ Weekday มีตัวชี้วัด 7 ตัวเดียวกัน เพียงแต่ยุบรวมตามวันในสัปดาห์
แท็บ Weekly
1. Weekly Revenue (รายได้รายสัปดาห์)
กราฟแท่งแบบซ้อน: หนึ่งแท่งต่อหนึ่งสัปดาห์ แบ่งชั้นตาม timeframe เส้นแนวนอนด้านบนคือ Overall avg — ค่าเฉลี่ยของยอดรวมรายสัปดาห์ตลอดช่วงเวลาที่เลือก
แต่ละชั้นสีคือสัดส่วนรายได้ของ timeframe หนึ่งในสัปดาห์นั้น
เส้นอ้างอิงแนวนอนมีค่าเท่ากันทุกแท่ง — เป็นค่าเฉลี่ยของยอดรวมรายสัปดาห์ ช่วยให้เห็นได้ทันทีว่าสัปดาห์ไหนสูงหรือต่ำกว่าสัปดาห์ปกติของคุณ
วิธีอ่าน: แท่งสูงเหนือเส้นคือสัปดาห์ที่ขายดี แท่งเตี้ยใต้เส้นคือสัปดาห์ที่เงียบ หากชั้นของ timeframe ใดโตขึ้นหรือหดลงเร็วกว่าชั้นอื่น แสดงว่าความเปลี่ยนแปลงมาจากช่วงเวลานั้น
วิธีคำนวณ: นับเฉพาะออเดอร์ที่ปิดแล้ว (status = 'complete') รายได้ของแต่ละออเดอร์คือฟิลด์ total รวมยอดตามสัปดาห์ของ reportingDate ตามเวลาประเทศไทย
2. Weekly Orders (จำนวนออเดอร์รายสัปดาห์)
รูปแบบเดียวกับ Weekly Revenue แต่เปลี่ยนมานับจำนวนออเดอร์แทนรายได้ หนึ่งแท่งต่อหนึ่งสัปดาห์ ซ้อนชั้นตาม timeframe
วิธีอ่าน: เทียบกับกราฟ Revenue ด้านบน หากรายได้เพิ่มแต่จำนวนออเดอร์คงที่ แปลว่ายอดเฉลี่ยต่อบิลกำลังสูงขึ้น หากออเดอร์เพิ่มแต่รายได้คงที่ แปลว่าคุณขายออเดอร์จำนวนมากขึ้นแต่บิลเล็กลง
วิธีคำนวณ: นับจำนวนออเดอร์ที่ปิดแล้ว (หนึ่งออเดอร์ต่อหนึ่งบิล) ตามสัปดาห์ของ reportingDate
3. Weekly Guest Count | Dine-In Only
(จำนวนลูกค้ารายสัปดาห์ เฉพาะทานที่ร้าน)
จำนวนลูกค้าที่รับบริการต่อสัปดาห์ นับเฉพาะออเดอร์ทานที่ร้าน (dine-in) จำนวนลูกค้าคือตัวเลขที่พนักงานกรอกไว้ในออเดอร์ที่หน้าจอ POS
วิธีคำนวณ: ผลรวมของ guestCount จากออเดอร์ dine-in ที่ปิดแล้ว (channelType = 'dine-in') ไม่รวมออเดอร์ takeaway, delivery และ partner เพราะออเดอร์เหล่านี้ไม่มีจำนวนลูกค้าที่มีความหมาย
4. Weekly AOV (มูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์รายสัปดาห์)
มูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์ในแต่ละสัปดาห์ แสดงเป็นกราฟเส้น หนึ่งเส้นต่อหนึ่ง timeframe พร้อมเส้นอ้างอิงภาพรวม
วิธีคำนวณ: รายได้ ÷ จำนวนออเดอร์ แยกตาม timeframe ต่อสัปดาห์ นับเฉพาะออเดอร์ที่ปิดแล้ว
วิธีอ่าน: AOV ที่สูงขึ้นหมายความว่าแต่ละบิลใหญ่ขึ้น — อาจเพราะลูกค้าสั่งหลายรายการขึ้น หรือสัดส่วนเมนูขยับไปทางรายการราคาสูงขึ้น ส่วน AOV ที่ลดลงมักหมายถึงมีออเดอร์ราคาถูกจำนวนมากขึ้น (บ่อยครั้งคือ takeaway หรือ partner)
5. Weekly Items per Order (จำนวนรายการต่อออเดอร์รายสัปดาห์)
จำนวนรายการเฉลี่ยต่อบิลในแต่ละสัปดาห์
วิธีคำนวณ: จำนวนรายการที่ยืนยันแล้วทั้งหมด (order_items.status = 'confirmed' — ไม่รวมรายการที่ถูกยกเลิก) ÷ จำนวนออเดอร์ที่ปิดแล้ว แยกตาม timeframe ต่อสัปดาห์
6. Weekly Revenue per Guest | Dine-In Only
(รายได้ต่อลูกค้ารายสัปดาห์ เฉพาะทานที่ร้าน)
ลูกค้าแต่ละคนใช้จ่ายเฉลี่ยคนละเท่าไร นับเฉพาะออเดอร์ทานที่ร้าน
วิธีคำนวณ: รายได้ dine-in ÷ ผลรวมของ guestCount แยกตาม timeframe ต่อสัปดาห์ บิลที่พนักงานไม่ได้กรอกจำนวนลูกค้าจะไม่ถูกนับรวมในตัวหาร
7. Weekly Items per Guest | Dine-In Only
(จำนวนรายการต่อลูกค้ารายสัปดาห์ เฉพาะทานที่ร้าน)
จำนวนรายการเฉลี่ยที่ลูกค้าหนึ่งคนสั่ง นับเฉพาะออเดอร์ทานที่ร้าน
วิธีคำนวณ: จำนวนรายการที่ยืนยันแล้วบนบิล dine-in ÷ จำนวนลูกค้าทั้งหมด แยกตาม timeframe ต่อสัปดาห์
แท็บ Monthly
กราฟ 7 ตัวเดียวกับแท็บ Weekly แต่จัดกลุ่มตามเดือนปฏิทินแทนสัปดาห์ อ่านแบบเดียวกัน — กราฟชุดนี้ช่วยลดความผันผวนรายสัปดาห์และแสดงทิศทางตามฤดูกาล
1. Monthly Revenue
2. Monthly Orders
3. Monthly Guest Count | Dine-In Only
4. Monthly AOV
5. Monthly Items per Order
6. Monthly Revenue per Guest | Dine-In Only
7. Monthly Items per Guest | Dine-In Only
แท็บ Yearly
กราฟ 7 ตัวเดียวกัน หนึ่งแท่งต่อหนึ่งปีปฏิทิน เหมาะที่สุดสำหรับสาขาที่เปิดขายมาแล้วสองปีขึ้นไป
1. Yearly Revenue
2. Yearly Orders
3. Yearly Guest Count | Dine-In Only
4. Yearly AOV
5. Yearly Items per Order
6. Yearly Revenue per Guest | Dine-In Only
7. Yearly Items per Guest | Dine-In Only
แท็บ Daily
หนึ่งแท่งต่อหนึ่งวันทำการ ใช้แท็บนี้เมื่อต้องการหาวันที่ผิดปกติเป็นรายวัน — วันหยุดนักขัตฤกษ์ งานจัดเลี้ยงส่วนตัว วันปิดร้าน หรือวันที่บริการมีปัญหา
1. Daily Revenue
2. Daily Orders
3. Daily Guest Count | Dine-In Only
4. Daily AOV
5. Daily Items per Order
6. Daily Revenue per Guest | Dine-In Only
7. Daily Items per Guest | Dine-In Only
แท็บ Weekday
ตัวชี้วัด 7 ตัวเดียวกัน แต่ยุบรวมตามวันในสัปดาห์ วันจันทร์ทุกวันในช่วงที่เลือกจะถูกเฉลี่ยรวมกัน วันอังคารทุกวันรวมกัน และต่อไปเรื่อย ๆ นี่คือแท็บเดียวที่แท่งกราฟไม่ใช่วันที่ — แต่เป็นวันจันทร์ถึงวันอาทิตย์
ใช้แท็บนี้เมื่อวางแผนกำลังพนักงาน ตัดสินใจว่าจะหยุดร้านวันไหน หรือหาคำตอบว่า "วันพุธเงียบแบบนี้ทุกสัปดาห์ หรือแค่สัปดาห์นี้?"
1. Revenue | by Weekday (รายได้เฉลี่ยตามวันในสัปดาห์)
รายได้เฉลี่ยต่อวันจันทร์ ต่อวันอังคาร … ไปจนถึงวันอาทิตย์ — คำนวณจากทุกสัปดาห์ในช่วงวันที่ที่เลือก
วิธีคำนวณ: รายได้รวมของวันนั้นในสัปดาห์ ÷ จำนวนครั้งที่วันนั้นปรากฏในช่วงที่เลือก เช่น หากช่วงที่เลือกมีวันอังคาร 8 วัน และรายได้รวมของวันอังคารคือ 800,000 กราฟนี้จะแสดง 100,000
2. Orders | by Weekday
3. Guest Count | by Weekday | Dine-In Only
4. AOV | by Weekday
5. Items per Order | by Weekday
6. Revenue per Guest | by Weekday | Dine-In Only
7. Items per Guest | by Weekday | Dine-In Only
ตัวเลขแต่ละตัวนิยามอย่างไร
อะไรนับเป็นออเดอร์ — เฉพาะออเดอร์ที่
status = 'complete'เท่านั้น ไม่รวมออเดอร์ที่ถูก void ถูกยกเลิก หรือยังเปิดค้างอยู่อะไรนับเป็นรายการ — เฉพาะ
order_itemsที่status = 'confirmed'เท่านั้น รายการที่ถูกยกเลิกภายในออเดอร์ที่ปิดสมบูรณ์จะไม่ถูกนับฟิลด์วันที่ —
reportingDateคือวันทำการที่ออเดอร์ถูกบันทึกเข้า สำหรับร้านที่เปิดดึกข้ามคืน วันนี้อาจต่างจากวันที่ตามปฏิทินของเวลาที่บันทึกเขตเวลา — ใช้เวลาประเทศไทย (Asia/Bangkok) สำหรับการคำนวณวันในสัปดาห์และช่วงเวลาของวันทั้งหมด
การจัดออเดอร์เข้า timeframe — แต่ละออเดอร์จะถูกจับคู่กับ timeframe ของสาขาที่ช่วงเวลาเริ่ม/สิ้นสุดครอบคลุม
orderDateของออเดอร์นั้น timeframe แบบข้ามคืน (เช่น 22:00 → 02:00) ได้รับการรองรับอย่างถูกต้อง หากไม่ได้ตั้งค่า timeframe ทุกออเดอร์จะอยู่ใต้ "Total"Timeframe 9 อันดับแรก — เฉพาะ timeframe 9 อันดับแรกตามรายได้เท่านั้นที่แสดงเป็นชั้นของตัวเอง ที่เหลือจะถูกรวมเข้า "Other"
Filters (ตัวกรอง)
แดชบอร์ดนี้มีตัวกรอง 3 ตัวอยู่ด้านบนของทุกแท็บ:
Reporting Date — ช่วงวันที่ ค่าเริ่มต้นแตกต่างกันไปตามแท็บ
Outlet — ถูกตั้งเป็นสาขาของคุณโดยอัตโนมัติเมื่อแดชบอร์ดแสดงในพอร์ทัลร้านค้า Papaya คุณไม่ต้องตั้งค่าเอง
Timeframe — คลิกแถวในตาราง timeframe picker ด้านบนของแท็บเพื่อกรองทุกกราฟในแท็บนั้นให้แสดงเฉพาะ timeframe เดียว คลิกอีกครั้งเพื่อยกเลิก
สิ่งที่แดชบอร์ดนี้ไม่แสดง
สถานะสดของวันนี้ (ใช้แดชบอร์ด Today)
การแยกตามช่องทางขาย — ดูได้ที่แดชบอร์ด Channels
ผลการขายระดับเมนูหรือหมวดหมู่ — ใช้ Items และ Categories
ข้อมูลกำไรขั้นต้นหรือต้นทุน — อยู่ในโมดูล Inventory
การเปรียบเทียบหลายสาขา — ใช้ Outlets หรือ Group KPIs
รีวิวจากลูกค้า — ใช้แดชบอร์ด Reviews



































