ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตั้งค่า Papaya: ขั้นตอนเริ่มต้นใช้งาน

พาตั้งค่าทีละขั้นตอน — ข้อมูลธุรกิจ สาขาแรก ช่องทางสั่งอาหาร นำเข้าเมนูด้วย AI อัปโหลดสินค้าคงคลัง และเลือกแพ็กเกจ

เขียนโดย Kate Khunvirojpanich

เมื่อเข้าสู่ระบบ Papaya ครั้งแรก ระบบจะพาคุณตั้งค่าทีละขั้นตอน ตั้งแต่ข้อมูลธุรกิจ สาขาแรก ไปจนถึงทุกอย่างที่ต้องมีก่อนรับออเดอร์แรก ใช้เวลาราว 10 นาที และขั้นตอนใหญ่ ๆ (เมนู, สินค้าคงคลัง) สามารถข้ามไปทำทีหลังได้เสมอ

ระหว่างตั้งค่า หน้าจอตัวอย่างด้านขวาคือแดชบอร์ดจริงของคุณที่ค่อย ๆ เติมข้อมูลตามที่กรอก ทั้งชื่อสาขา รายการเมนู และสินค้าคงคลัง — เป็นข้อมูลจริง ไม่ใช่ตัวอย่าง

ขั้นตอนที่ 1 — ตั้งค่าธุรกิจของคุณ

  • ชื่อร้าน (Merchant name) — ชื่อแบรนด์ที่ลูกค้าจะเห็นเวลาสั่งออนไลน์

  • URL — ระบบแนะนำให้อัตโนมัติจากชื่อร้าน ใช้เป็นลิงก์สั่งอาหารออนไลน์ของร้าน

  • ประเภทธุรกิจ — ร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ ร้านบริการด่วน ฟู้ดทรัค เคเทอริง หรืออื่น ๆ

  • ประเทศ — กำหนดสกุลเงิน การเรียกเก็บเงิน และช่วงรายได้ที่แสดงด้านล่าง

  • รายได้ต่อเดือน — เลือกช่วงรายได้ (เลือก ยังไม่แน่ใจ ได้ถ้าเพิ่งเริ่มต้น)

ขั้นตอนที่ 2 — สร้างสาขาแรกของคุณ

ตั้งชื่อสาขาแรกและยืนยันประเทศ ทุกอย่างใน Papaya ทั้งเมนู ช่องทางสั่งอาหาร และแพ็กเกจ ผูกอยู่กับสาขา และคุณเพิ่มสาขาได้ภายหลัง (ดู แพ็กเกจสำหรับหลายสาขา)

ขั้นตอนที่ 3 — คุณอยากบริหารร้านของคุณแบบไหน?

เลือก POS (ออเดอร์ โต๊ะ การชำระเงิน งานบริการหน้าร้าน), Inventory (วัตถุดิบ สูตร สต็อก และการจัดซื้อ) หรือทั้งสองอย่าง ตัวเลือกนี้จะปรับขั้นตอนที่เหลือและแพ็กเกจที่แนะนำในตอนท้าย และเมื่อใช้คู่กัน ทุกยอดขายจะตัดสต็อกให้อัตโนมัติ

ขั้นตอนที่ 4 — เลือกช่องทางสั่งอาหารของคุณ

เลือกวิธีที่ลูกค้าสั่ง: ทานที่ร้าน (Dine-in), ชำระก่อนทานที่ร้าน, สั่งกลับบ้าน (Takeaway), เมนูรูปภาพ (Visual menu), เดลิเวอรี และแอปเดลิเวอรี (Grab, LINE MAN, Foodpanda, ShopeeFood, Robinhood) — เปลี่ยนได้ตลอดจากเมนู Channels จะกด ข้าม (Skip) ก่อนก็ได้

เลือกช่องทางสั่งอาหารระหว่างตั้งค่า พร้อมหน้าจอแดชบอร์ดตัวอย่างด้านขวา

ขั้นตอนที่ 5 — สร้างเมนูของคุณด้วย Copilot

อัปโหลดเมนูที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย PDF หรือไฟล์สเปรดชีต (ไฟล์ละไม่เกิน 10 MB) แล้วกด Generate menu — Copilot จะอ่านและสร้างเมนูพร้อมหมวดหมู่และราคาให้ ภายในไม่ถึงนาทีตัวอย่างจะแสดงเมนูจริงของคุณ และปรับแก้ทุกอย่างได้ภายหลังที่เมนู Menu

Copilot สร้างเมนูจากไฟล์ที่อัปโหลด — รายการและราคาแสดงในหน้าจอตัวอย่าง

ขั้นตอนที่ 6 — สร้างสินค้าคงคลังของคุณ

ถ้าเลือกใช้ Inventory ให้อัปโหลดไฟล์ CSV หรือ Excel ของวัตถุดิบและสต็อกที่ต้องการติดตาม (สูงสุด 500 รายการ) กด Download example file เพื่อดูคอลัมน์ที่ต้องมี เช่น ชื่อ ประเภท (raw/prep) หน่วย yield, par level, อายุการเก็บ, จุดสั่งซื้อซ้ำ และหมวดหมู่ ระบบตรวจไฟล์ก่อนสร้างจริง — ถ้ามีแถวที่ผิด ระบบจะแจ้งให้แก้ก่อน สินค้าที่สร้างแล้วจะแสดงในหน้าจอตัวอย่างทันที อ่านเพิ่มที่ เริ่มต้นใช้งาน Papaya Inventory

สินค้าคงคลังที่สร้างจากไฟล์ CSV แสดงในหน้าจอตัวอย่าง

ขั้นตอนที่ 7 — เลือกแพ็กเกจ

ขั้นตอนสุดท้ายคือเลือกแพ็กเกจ แท็บ POS / POS & Inventory จะถูกเลือกไว้ให้ตามที่คุณตอบในขั้นตอนที่ 3 พร้อมป้าย Recommended บนแพ็กเกจที่เหมาะสม เลือกชำระรายเดือนหรือรายปี (รายปีประหยัด 15%) แล้วเริ่ม ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ดูรายละเอียดแพ็กเกจและการเรียกเก็บเงินที่ ภาพรวมแพ็กเกจของ Papaya และ วิธีสมัครใช้งาน

ขั้นตอนเลือกแพ็กเกจ: แพ็กเกจ POS & Inventory พร้อมทดลองใช้ฟรี 30 วัน

หลังตั้งค่าเสร็จ

คุณจะเข้าสู่แดชบอร์ด พร้อมการ์ด เริ่มต้นใช้งาน (Get started) ในแถบเมนูด้านซ้ายที่ติดตามขั้นตอนสุดท้ายก่อนออเดอร์แรก — ดู ช่วงทดลองใช้ฟรีและเช็กลิสต์เริ่มต้นใช้งาน

คำถามที่พบบ่อย

ข้ามขั้นตอนเมนูหรือสินค้าคงคลังได้ไหม?
ได้ — ทั้งสองขั้นตอนมีปุ่ม ข้าม (Skip) แล้วค่อยมาสร้างเมนูที่ Menu หรืออัปโหลดสินค้าคงคลังที่ Inventory เมื่อพร้อม

ย้อนกลับขั้นตอนก่อนหน้าได้ไหม?
ได้ — ใช้ปุ่ม Back มุมซ้ายบน

ตั้งค่าเป็นภาษาไทยได้ไหม?
ได้ — สลับภาษาได้จากตัวเลือกมุมขวาบนของหน้าตั้งค่า

มีหลายสาขาต้องตั้งค่าทั้งหมดตอนนี้เลยไหม?
ตั้งค่าสาขาแรกในขั้นตอนนี้ แล้วเพิ่มสาขาอื่นภายหลังได้ โดยแต่ละสาขามีแพ็กเกจของตัวเอง: แพ็กเกจสำหรับหลายสาขา

นี่ไม่ใช่คำตอบที่ต้องการใช่ไหม