เมื่อคุณเข้าสู่ระบบ Papaya ครั้งแรก ตัวช่วยตั้งค่าจะพาคุณสร้างธุรกิจ สร้างสาขาแรก และตั้งค่าทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการรับออเดอร์แรกของคุณ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที และขั้นตอนใหญ่ ๆ (เมนู สินค้าคงคลัง) สามารถข้ามไว้แล้วกลับมาทำภายหลังได้
ระหว่างที่คุณกรอกข้อมูล ตัวอย่างด้านขวาคือหน้าแดชบอร์ดจริงของคุณที่ค่อย ๆ เติมขึ้นมา ทั้งชื่อสาขา โลโก้ รายการเมนู และสินค้าคงคลังที่คุณใส่ล้วนเป็นข้อมูลจริง ไม่ใช่ตัวอย่าง
คุณจะเห็นทั้งหมด 5 ถึง 7 ขั้นตอน ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณเลือกในขั้นตอนที่ 3 กด ย้อนกลับ ที่มุมซ้ายบนเพื่อกลับไปแก้ไขขั้นตอนก่อนหน้า และใช้ตัวเลือกภาษาที่มุมขวาบนเพื่อสลับระหว่างภาษาไทยและ English
ขั้นตอนที่ 1 — ตั้งค่าธุรกิจของคุณ
ชื่อร้านค้า — ชื่อแบรนด์ของคุณ ซึ่งลูกค้าจะเห็นเมื่อสั่งออนไลน์
ลิงก์รับออเดอร์จากลูกค้าของคุณ — สร้างจากชื่อร้านโดยอัตโนมัติและแสดงอยู่ใต้ช่องชื่อ เช่น app.papaya.co.th/bistro-siam หากต้องการลิงก์อื่นให้กด แก้ไข และเปลี่ยนภายหลังได้ที่ ตั้งค่า → ทั่วไป
ประเภทธุรกิจ — ร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์และสถานบันเทิง บริการด่วน ฟู้ดทรัค จัดเลี้ยง หรืออื่น ๆ
ประเทศ — กำหนดสกุลเงิน ภาษี การเรียกเก็บเงิน และช่วงรายได้ด้านล่าง เราเลือกให้ล่วงหน้าจากโซนเวลาของเครื่องคุณ ควรตรวจสอบอีกครั้ง
รายได้ต่อเดือน — เลือกเป็นช่วงในสกุลเงินของคุณ (เลือก ยังไม่แน่ใจ ได้หากเพิ่งเริ่มต้น)
เบอร์มือถือของคุณ — จำเป็นต้องกรอก เราจะใช้เบอร์นี้ติดต่อคุณระหว่างการตั้งค่า ทั้งโทร ไลน์ หรือ WhatsApp และจะไม่แสดงให้ลูกค้าของคุณเห็น
ขั้นตอนที่ 2 — สร้างสาขาแรกของคุณ
ขั้นตอนนี้เริ่มจาก Google Maps พิมพ์ชื่อร้านของคุณในช่องค้นหา แล้วเลือกร้านของคุณจากรายการที่แสดงขึ้นมา ผลการค้นหาจะจัดเรียงตามตำแหน่งของคุณ ร้านของคุณจึงมักอยู่ในไม่กี่รายการแรก
ข้อมูลที่เราดึงมาจากร้านของคุณใน Google Maps
ชื่อสาขาและประเทศ กรอกให้คุณเรียบร้อย
ที่อยู่ตามที่ Google มี บันทึกไว้กับสาขาของคุณ
ข้อมูลสถานที่ของ Google เพื่อให้ที่อยู่ของสาขาตรงกับข้อมูลใน Google Maps
ส่วนที่เหลือของขั้นตอนนี้
เพิ่มโลโก้ของคุณ — ปุ่มข้างช่องค้นหา ใช้รูปแบบไหนก็ได้ เราจะครอปให้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสให้อัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องเป็นไฟล์โลโก้ที่จัดขนาดมาแล้ว
ชื่อร้านและประเทศ — จากข้อมูลใน Google Maps — กดเปิดเพื่อตรวจสอบหรือแก้ไขข้อมูลที่ดึงมา
เปลี่ยน — เลือกร้านอื่นใน Google Maps
ร้านของฉันไม่มีใน Google Maps — ข้ามการค้นหา แล้วพิมพ์ชื่อสาขาและประเทศเอง เพิ่มที่อยู่ภายหลังได้ที่ ตั้งค่า → สาขา
ทุกอย่างใน Papaya ทั้งเมนู ช่องทางรับออเดอร์ และแพ็กเกจ ผูกอยู่กับสาขา และคุณเพิ่มสาขาอื่นได้ภายหลัง (ดู แพ็กเกจสำหรับหลายสาขา)
ขั้นตอนที่ 3 — คุณอยากบริหารร้านของคุณแบบไหน?
POS — รับออเดอร์ จัดการโต๊ะ การชำระเงิน และการบริการประจำวัน
Inventory — ติดตามวัตถุดิบ สูตร ระดับสต็อก และการจัดซื้อ
ทั้งสองรายการถูกเลือกไว้ให้ตั้งแต่เริ่ม หากไม่ต้องการรายการไหนก็เอาเครื่องหมายออกได้ เมนูด้านข้างในตัวอย่างจะเปลี่ยนตามที่คุณเลือก คุณจึงเห็นหน้าตาแดชบอร์ดที่จะได้ล่วงหน้า
การเลือกนี้ยังกำหนดขั้นตอนที่เหลือด้วย เลือก POS จะได้ขั้นตอนช่องทางรับออเดอร์และเมนู เลือก Inventory จะได้ขั้นตอนอัปโหลดสินค้าคงคลัง และหากเลือกทั้งสองจะได้ครบทั้งสามขั้นตอน การใช้ทั้งสองอย่างคุ้มค่ากว่า เพราะทุกการขายจะอัปเดตสต็อกให้อัตโนมัติ
ขั้นตอนที่ 4 — เลือกช่องทางรับออเดอร์ของคุณ
เลือกวิธีที่ลูกค้าและทีมของคุณจะสั่งออเดอร์ได้: ทานที่ร้าน, ทานที่ร้าน (ชำระล่วงหน้า), ซื้อกลับบ้าน, เมนูดิจิทัล, เดลิเวอรี่ และแอปเดลิเวอรี่ ได้แก่ Grab, LINE MAN, Foodpanda, ShopeeFood และ Robinhood
ช่องทางที่คุณเลือกจะถูกสร้างขึ้นทันที และพร้อมใช้งานอยู่ในเมนู ช่องทาง เมื่อตั้งค่าเสร็จ หากคุณกด ข้าม เราจะสร้างช่องทาง ทานที่ร้าน ให้ เพื่อให้คุณรับออเดอร์ได้ทันที ทั้งหมดนี้เปลี่ยนหรือเพิ่มได้ทุกเมื่อ
ขั้นตอนที่ 5 — สร้างเมนูของคุณด้วย Copilot
อัปโหลดเมนูที่คุณมีอยู่ ทั้งรูปภาพ ไฟล์ PDF หรือสเปรดชีต ขนาดไม่เกิน 10MB ต่อไฟล์ และอัปโหลดได้หลายไฟล์ แล้วกด สร้างเมนู Copilot จะอ่านไฟล์และสร้างเมนูพร้อมหมวดหมู่และราคาให้คุณ
โดยทั่วไปใช้เวลา 1–2 นาที และเราจะแจ้งให้ทราบหากใช้เวลานานกว่านั้น เมื่อเสร็จแล้วคุณจะเห็นข้อความ เมนูของคุณพร้อมแล้ว พร้อมรายการจริงของคุณในตัวอย่าง หากมีจุดที่ไม่ถูกต้อง อัปโหลดไฟล์ใหม่แล้วสร้างอีกครั้งได้ และปรับแก้ทุกอย่างภายหลังได้ในเมนู เมนู
ขั้นตอนที่ 6 — สร้างสินค้าคงคลังของคุณ
หากคุณเลือก Inventory ขั้นตอนนี้จะช่วยสร้างรายการสินค้าของคุณ ทำได้สองวิธี
ดาวน์โหลดเทมเพลต — วิธีที่ง่ายที่สุด ไฟล์มีตัวอย่างสินค้าให้แล้ว แค่แทนที่ด้วยข้อมูลของคุณแล้วอัปโหลดกลับ
รายละเอียดรูปแบบไฟล์ — กดเปิดหากคุณส่งออกข้อมูลมาจากระบบอื่น รองรับไฟล์ CSV หรือ Excel สูงสุด 500 รายการต่อไฟล์ โดยมีคอลัมน์ name, type (raw หรือ prep), inventoryUom, yield, parLevel, shelfLife, reorderPoint, categoryName และ batchSize (ไม่บังคับ)
ไฟล์ของคุณจะถูกตรวจสอบก่อนสร้างข้อมูลใด ๆ หากมีแถวที่ผิดพลาด ระบบจะแสดงรายการให้ก่อน คุณจึงแก้ไขไฟล์แล้วอัปโหลดใหม่ได้ เมื่อผ่านแล้วคุณจะเห็นข้อความ สินค้าของคุณพร้อมแล้ว พร้อมจำนวนสินค้าที่สร้าง และรายการจะปรากฏในตัวอย่าง อัปโหลดไฟล์เพิ่มได้หากต้องการ หรือกด ข้าม เพื่อทำภายหลัง อ่านเพิ่มเติมที่ เริ่มต้นใช้งาน Papaya Inventory
ขั้นตอนที่ 7 — เลือกแพ็กเกจ
ขั้นตอนสุดท้ายคือเลือกแพ็กเกจ แท็บ POS หรือ POS & Inventory ที่ตรงกับสิ่งที่คุณเลือกในขั้นตอนที่ 3 จะถูกเลือกไว้ให้ พร้อมป้าย แนะนำ บนแพ็กเกจที่เหมาะกับคุณ เลือกชำระรายเดือนหรือรายปี (รายปีประหยัด 15%) แล้วเริ่ม ทดลองใช้ฟรี 30 วัน รายละเอียดแพ็กเกจ ราคา และการเรียกเก็บเงิน ดูที่ ภาพรวมแพ็กเกจของ Papaya และ วิธีสมัครใช้งาน
หลังตั้งค่าเสร็จ
คุณจะเข้าสู่หน้าแดชบอร์ด ซึ่งมีเช็กลิสต์ เริ่มต้นใช้งาน อยู่ในเมนูด้านข้าง คอยติดตามขั้นตอนที่เหลือก่อนรับออเดอร์แรกของคุณ ดูเพิ่มเติมที่ ช่วงทดลองใช้ฟรีและเช็กลิสต์เริ่มต้นใช้งาน
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต้องกรอกเบอร์มือถือ?
เพื่อให้ทีมของเราติดต่อคุณได้ระหว่างการตั้งค่า ทั้งโทร ไลน์ หรือ WhatsApp เบอร์นี้จะไม่แสดงให้ลูกค้าของคุณเห็น และไม่ใช่เบอร์ที่พิมพ์บนใบเสร็จ เบอร์นั้นตั้งแยกในแต่ละสาขาที่ ตั้งค่า → สาขา
ร้านของฉันไม่มีใน Google Maps จะทำต่อได้ไหม?
ได้ กด ร้านของฉันไม่มีใน Google Maps แล้วพิมพ์ชื่อสาขาและประเทศเอง ขั้นตอนที่เหลือเหมือนกันทั้งหมด และเพิ่มที่อยู่ภายหลังได้ที่ ตั้งค่า → สาขา
เปลี่ยนลิงก์รับออเดอร์จากลูกค้าได้ไหม?
ได้ กด แก้ไข ข้างลิงก์ในขั้นตอนที่ 1 หรือเปลี่ยนภายหลังที่ ตั้งค่า → ทั่วไป
ข้ามขั้นตอนเมนูหรือสินค้าคงคลังได้ไหม?
ได้ ทั้งสองขั้นตอนมีปุ่ม ข้าม คุณสร้างเมนูได้ในเมนู เมนู และอัปโหลดสินค้าคงคลังได้ในเมนู สินค้าคงคลัง เมื่อพร้อม
ย้อนกลับไปขั้นตอนก่อนหน้าได้ไหม?
ได้ กด ย้อนกลับ ที่มุมซ้ายบน ข้อมูลธุรกิจของคุณถูกบันทึกไว้แล้ว เมื่อกลับไปขั้นตอนที่ 1 คุณจะเห็นข้อมูลที่กรอกไว้
ตั้งค่าเป็นภาษาไทยได้ไหม?
ได้ เปลี่ยนภาษาได้จากตัวเลือกที่มุมขวาบนของตัวช่วยตั้งค่า
ฉันมีหลายสาขา ต้องตั้งค่าทั้งหมดตอนนี้ไหม?
ตั้งค่าสาขาแรกในตัวช่วยตั้งค่า แล้วเพิ่มสาขาที่เหลือภายหลัง โดยแต่ละสาขามีแพ็กเกจของตัวเอง ดู แพ็กเกจสำหรับหลายสาขา








